ฝรั่งเศสสวมหน้ากากอนามัยให้รูปปั้น สะท้อนความล้มเหลวของรัฐในการแก้ปัญหามลพิษ

นักเคลื่อนไหวด้านสิ่งแวดล้อมในประเทศฝรั่งเศส ออกมารณรงค์ให้รัฐบาลเร่งแก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ ด้วยการสวมหน้ากากป้องกันมลพิษให้กับรูปปั้นทั่วกรุงปารีส และกำลังกระจายตัวไปยังเมืองอื่นๆ

หลังจากรัฐบาลฝรั่งเศสล้มเหลวกับการแก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ เมื่อวานนี้ (31 มี.ค. 2561) นักเคลื่อนไหวด้านสิ่งแวดล้อมรวมตัวกันประท้วงเชิงสัญลักษณ์ด้วยการนำหน้ากากอนามัยไปสวมให้กับประติมากรรมทั่วกรุงปารีส และกำลังกระจายตัวไปยังเมืองอื่นๆ เพื่อตอกย้ำให้เห็นความบกพร่องของรัฐบาล

การรณรงค์เกิดขึ้นในช่วงเวลาเดียวกับที่กรรมาธิการยุโรปขีดเส้นตายให้ฝรั่งเศสเสนอแผนแก้ไขนโยบายเรื่องคุณภาพอากาศ โดยกลุ่มนักเคลื่อนไหวด้านสิ่งแวดล้อม ได้แก่ ฟรานซ์เนเจอร์เอนไวรอนเมนต์ (France Nature Environment) เอเอ็นวี-คอพ21 (ANV-COP 21) กรีนพีซ (Greenpeace) และสมาพันธ์นักปั่นจักรยาน (FUBicy) ซึ่งออกแถลงการณ์เรียกร้องให้รัฐบาลออกนโยบายลดปริมาณมลพิษในภาคส่วนของการคมนาคมและขนส่ง

อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันฝรั่งเศสกำลังเผชิญปัญหามลพิษหนักสุดในรอบ 10 ปี จนทำให้หอไอเฟลตกอยู่ในม่านหมอกสีเทา ขณะเดียวกันเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ปีที่แล้ว สหภาพยุโรปได้ออกคำสั่งให้ฝรั่งเศส สหราชอาณาจักร และเยอรมนี ยกระดับมาตรการควบคุมมลพิษทางอากาศที่เกิดจากยานยนต์ ไม่เช่นนั้นอาจมีการเสนอเรื่องเข้าสู่ศาลยุโรป

กรรมาธิการฯ ชี้แจงว่า ระดับไนโตรเจนไดออกไซด์ที่ ‘สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง’ เป็นสาเหตุของการเสียชีวิตก่อนวัยอันควรราว 70,000 ราย ในยุโรปในปี 2013 สูงเป็น 3 เท่าของอัตราการเสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนนในปีเดียวกัน